หนังดราม่าสายรางวัลมักเต็มไปด้วยเรื่องเรื่องเศร้า ซึ่งหัวข้อนี้ก็เดินเรื่องไปในโทนเรื่องราวแบบงั้น แม้กระนั้นไม่ต้องกลัวว่าหนังจะอินดี้มองยาก เนื่องจากหนังหัวข้อนี้แม้ว่าจะมีประพันธ์คำคมปรัชญาแทรกมาทั้งยังเรื่อง แม้กระนั้นเป็นหนังที่มองเขาถึงง่ายไม่ยาก แปลความได้ก็ดีแล้ว ไม่ตีความหมายเลยก็ได้ จนถึงหนังจับอกจับใจผู้ชมจนกระทั่งเปลี่ยนหนังที่ได้รับรางวัลโหวตจากผู้ชมสูงสุดในไต้หวันปี 2019 ซึ่งก็อาจเพราะว่าเกิดเรื่องราวปัญหาด้ามจับจำเป็นต้องได้ของครอบครัวหาเช้ากินค่ำ ที่ไม่ว่าครอบครัวไหนก็ฝันต้องการมีชีวิตที่ดียิ่งกว่าด้วยการพยายามเลี้ยงดูให้ลูกได้เรียนดีๆแต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นเรื่องเศร้าแบบไม่ทันตั้งตัว รวมทั้งมีผลกระทบทำให้ผู้เป็นบิดามารดาจำเป็นต้องแปลงเป็นคนท้อแท้ในชีวิตตามไปด้วย

หนังเปิดเรื่องราวด้วยทำนองเพลงเมโลดี้เบาๆหวานๆเสมือนหนังคลาสสิคกับฉากงามท่ามกลางฝน ซึ่งถัดมากลายเป็นคดีความอาชญากรรมชั่วร้ายของเด็กหนุ่มสาวอายุไม่ถึง16 ปี 2 ผู้ที่ทำเอาผู้ชมช็อคไปเลยได้เหมือนกันกับฉากใหม่ๆเลือดพุ่งพร้อมองค์ประกอบอวัยวะมนุษย์กระเด็นไปตกในหม้อสุกี้ ซึ่งต่อจากนี้เป็นเรื่องราวเรื่องเศร้าที่ตามมาหาครอบครัวของทั้งสอง

เรื่องราวตัดผ่านมายังบิดามารดาของเด็กที่จำต้องรับผลทางกฏหมายจากความประพฤติปฏิบัติของลูก ซึ่งบิดาของ “อาเหอ” ผู้แสดงนำในประเด็นนี้ตกลงใจตัดหางปลดปล่อยวัดไม่ให้ความช่วยเหลือลูกโดยยอมให้เข้าไปต้องโทษเต็มๆในสถานที่พินิจพิจารณา 3 ปี ส่วนเพื่อนฝูงของเขา “แรดิช” ผู้ทำก่อเหตุก็ได้ต้องโทษหนักกว่า พร้อมครอบครัวจำเป็นต้องจ่ายค่าทำขวัญแก่เหยื่อเป็นจำนวนเงินสูงลิบลิ่ว ซึ่งอย่างไรก็ไม่มีสติปัญญาจ่ายได้จนถึงบิดาของอีกข้างต้องตามมาทวงกับบิดาของอาเหอแทน ซึ่งโน่นยิ่งทำให้เขามีความคิดว่าอาเหอไม่ควรเป็นลูกเขาอีกต่อไปด้วยเหตุว่ามีแม้กระนั้นก่อปัญหามาให้ เขาก็เลยสารภาพเพียงแค่ลูกชายคนโตกำลังสอบเข้ามหาหาวิทยาลัยหมอ แม้กระนั้นข้างเแม่กลับพร้อมดูแลยกโทษลูกทุกคนอยู่ตลอด
นี่เป็นคำกล่าวอบรมสั่งสอนที่คนเป็นบิดาของครอบครัวนี้ยึดมั่นไว้แล้วก็ปรากฏในเรื่องอยู่เสมอ (รวมทั้งเป็นคีย์สำคัญในตอนสุดท้ายด้วย) โดยเขาต้องการให้ลูกรู้เรื่องรวมทั้งทำตามอย่างให้บรรลุความสำเร็จ แต่ว่าแปลงเป็นว่าตัวเขาเองก็แค่จำประโยคนี้มาและก็บอกลูกแม้กระนั้นทำเองมิได้ โดยเขาเป็นเพียงแค่อาจารย์สอนขับขี่รถทำอันอื่นไม่เป็น โน่นทำให้คนเป็นบิดาในประเด็นนี้แสดงแนวทางแก้ปัญหาที่เข้ามาในชีวิตแบบเพียงแค่ปัดๆออกไปให้พ้นๆด้วยเหตุว่าเขาเองก็ไม่ทราบว่าต้องปรับแต่งให้ถูกได้อย่างไร ซึ่งจากคดีที่อาเหอก่อขึ้นโน่นทำให้เขายิ่งปักใจมั่นใจว่าจะต้องพอใจดูแลแต่ว่าลูกชายคนโตให้ดีให้ได้ แต่ว่าเปลี่ยนเป็นว่าเขากลับไม่ทราบเลยว่าลูกชายปรารถนาอะไรบ้างในชีวิตกันแน่ รวมทั้งในที่สุดกลายเป็นเรื่องโศกเศร้าครั้งใหญ่ของครอบครัวที่ทุกคนมีส่วนร่วมนำไปสู่ขึ้นมา

A sun หนังแบ่งเรื่องเป็นสองส่วน ในครึ่งแรกพวกเราจะได้มองเห็นชีวิตรันทดของครอบครัวนี้จากผลของคดีที่อาเหอก่อขึ้นมา ต่อมาก็ถึงเรื่องราวของอาเหอข้างหลังออกมาจากสถานที่พิเคราะห์เยาวชน โดยเขาบากบั่นกลับตัวกลับใจมาเป็นคนดีดำเนินงานซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งมองเป็นตอนๆที่อะไรๆก็เริ่มไปในแนวทางที่ดี ความไม่รู้เรื่องกันของบิดากับลูกก็เริ่มแปรไปตามยุคสมัยที่ช่วยแก้ไขความเชื่อมโยงให้ดียิ่งขึ้น แม้กระนั้นโน่นเป็นเพียงแค่ความสำราญสั้นๆเมื่อกรรมในอดีตกาลจากคดีของอาเหอยังตามมา หนังเบาๆมาเฉลยคำตอบเรื่องราวว่าคืนวันฝนตกนั้นกำเนิดอะไรขึ้นกันแน่ รวมทั้งโดยความเป็นจริงแล้วความรู้สึกของคนเป็นบิดารู้สึกอย่างไรกับลูกชายของตน ในเมื่อเขาก็พากเพียรกลับเนื้อกลับตัวที่สุดแล้ว แม้กระนั้นก็ยังไม่บางทีอาจปฏิบัติตามคำอบรมสั่งสอนที่บิดายึดมั่นไว้ได้ ซึ่งท้ายที่สุดเรื่องราวกลายเป็นเรื่องเศร้าซ้อนในแบบที่ไม่มีผู้ใดคาดหวังอีกที

แรดิช
แรดิชสหายของอาเหอที่กลับมาจากสถานที่พินิจพิจารณาในวันหลัง ซึ่งครอบครัวของเขาก็แหลกสลายไปด้วยเหมือนกันกับคดีที่ก่อขึ้นร่วมกับอาเหอ
หนังมีตัวละครที่สะท้อนชีวิตครอบครัวชนชั้นกลางที่ชีวิตยังเต็มไปด้วยปัญหาครบ ทั้งเรื่องราวยังเต็มไปคำคมปรัชญาชีวิตที่ติดมาพร้อมกับป้ายหรือโปสเตอร์ติดฉากในเรื่อง ซึ่งทุกอันจะมีคำแปลขึ้นมาให้พวกเราได้อ่านทั้งผอง รวมทั้งเป็นตัวแสดงความรู้สึกของผู้แสดงที่อยู่ในฉากนั้นไปพร้อม อย่างในรูปภาพประกอบข้างล่างเป็นตอนที่บิดาแอบมอบเงินลูกคนโตพิเศษ หากแม้มิได้พูดว่าปรารถนาอะไร แม้กระนั้นคำชวนเชื่อหน้าลิฟต์บอกในตัวอยู่แล้วว่าผู้เป็นบิดามุ่งมาดฝันมากแค่ไหนกับลูกคนนี้ ซึ่งหนังเสนอในจุดนี้ได้สะดุดตาเชิญชวนให้คิดตามทุกคราว เพราะเหตุว่าผู้แสดงในประเด็นนี้มิได้บอกสิ่งที่คิดในใจตรงๆออกมาให้ได้ยินกัน ซึ่งแปลงเป็นว่าแต่ว่าละคนหลบซ่อนปัญหาต่างๆไว้ไม่ยินยอมบอก จนกระทั่งท้ายที่สุดก็เลยแปลงเป็นเรื่องร้ายๆตามมา

ถึงหนังจะมองเต็มไปด้วยเรื่องเศร้ารันทด แต่ในตัวเรื่องกลับถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างงดงาม แม้กระทั้งตอนของเรื่องเศร้าทั้งยังก่อนและก็ข้างหลังก็เต็มไปด้วยภาพเชิงศิลป พร้อมทั้งปรัชญาชีวิตที่ไม่ต้องตีความหมายออกทั้งสิ้น แต่ว่าก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรลึกๆในนั้น ซึ่งช่วยทำให้หนังมองลึกซึ้งงดงามมากขึ้นไปอีก แต่ว่ายืนยันว่ามิได้มองยาก นี่เป็นหนังสายรางวัลที่เรียกว่ามองได้เพลิดเพลินๆแม้กระนั้นก็มีความลึกล้ำสุดแต่ผู้ชมจะเอาไปคิดแปลความได้เพียงใดเอง

ยิ่งกว่านั้นหนังยังมีตอนบรรเทาเป็นช่วงๆที่แอบแฝงมาในรูปของเรื่องขำขันครึ่งหนึ่งแดกดันชีวิตผ่านสถานะการณ์ต่างๆโดยยิ่งไปกว่านั้นผู้แสดงบิดาที่วันๆจำเป็นต้องดำเนินการสอนขับขี่รถพบคนแปลกๆล้นหลาม หนังฉายให้เหตุชีวิตปฏิบัติงานทุกวันของเขาที่จำเป็นต้องแบกรับเรื่องราวความทุกข์ใจไว้ร่วมกัน กระทั่งสถานที่สำหรับทำงานแปลงเป็นที่พักข้างหลังใหม่ เพราะเหตุว่าบ้านที่อยู่ของเขาเปลี่ยนไปเป็นที่ๆเขาไม่ต้องการที่จะอยากกลับไปดำเนินชีวิตอีกต่อไป

อาเหอตัวนำในเรื่องที่ก่อให้เกิดปัญหาให้บิดามารดามาตลอด
A SUN เป็นหนังสายรางวัลที่เรื่องติดดินเข้าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวกับการคาดคะเนหวังให้ลูกเป็นเหมือนอย่างที่คิด แม้กระนั้นลูกกลับทำไม่ได้ แม้ว่าจะบอกให้เลือกฟุตบาทเองแล้ว แต่ว่าก็เปลี่ยนเป็นก่อปัญหากลับมาให้ครอบครัว กระทั่งบิดามารดาต้องตามมาเช็ดถูขี้เยี่ยวให้ แม้กระนั้นหนังก็มิได้โทษหรือให้ร้ายว่าเด็กมีปัญหา สลับกันหนังชี้ให้เห็นปัญหาที่เด็กในวัยนี้แก้เองมิได้จริงๆหากไม่มีพ่อมีแม่ยื่นมือเข้ามาช่วย ถึงหนังจะเป็นแถวเรื่องโศกเศร้า แม้กระนั้นก็หมดเรื่องราวได้อย่างงดงาม แถมมีฉากเซอร์ไพรส์หักมุมที่สมเหตุผลมากมาย จนถึงมั่นใจว่าจุดนี้แหละที่ทำให้หนังหัวข้อนี้เปลี่ยนเป็นขวัญใจผู้ชมเมื่อมองจบนะครับ